UFABET แทงบอลเต็ง “ต่อให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะเรา 8 – 0 ผมก็ไม่แคร์ ถ้ามันทำให้ ลิเวอร์พูล ไม่ได้แชมป์ลีก ผมเกลียดที่จะพูดคำนี้ แต่คืนนี้ผมเชียร์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้”

คำประกาศกร้าวของ แฟนบอลทัพปีศาจแดงรายหนึ่ง ที่กล่าวไว้ก่อนเกมการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งผลจบลงด้วยชัยชนะของฝั่งสีฟ้า ตามที่ชายคนนี้ต้องการ

เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก สำหรับแฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด ทั่วโลก ที่ต้องทนเห็น สองทีมคู่ปรับ อย่าง ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก้าวขึ้นมา UFABET แทงบอลสูง ล่าแชมป์พรีเมียร์ ลีกในฤดูกาล 2018/19 

แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ แฟนบอลทีมปีศาจแดงท้องถิ่น ที่เมืองแมนเชสเตอร์ คงมีเพียงแค่ทีมเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาไม่อยากให้จบฤดูกาล ในฐานะอันดับ 1 ของตาราง คว้าเอาถ้วยแชมป์ลีกสูงสุดของแดนผู้ดีไปนอนกอด

ทีมนั้นคือ “ลิเวอร์พูล”  ต้นตอของความเกลียดชังระหว่างแมนเชสเตอร์ กับ ลิเวอร์พูล เริ่มจากจุดไหน ? อะไรคือเหตุผลที่ สาวกปีศาจแดง ในเมืองแมนเชสเตอร์ ยอมทนเห็นอริร่วมเมือง ชูถ้วยแชมป์ ดีกว่าอีกทีมฟุตบอลที่อยู่ห่างออกไปกว่า 50 กิโลเมตร

วันวานที่เคยหวาน ก่อนจะเป็นศัตรูคู่อาฆาตแบบทุกวันนี้ ครั้งหนึ่งความสัมพันธ์ ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ เคยเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรข้างกาย ที่คอยเกื้อหนุนกันมาในอดีต ย้อนไปในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 เกิดเหตุการณ์สำคัญของโลก ได้แก่ การปฏิวัติอุตสาหกรรม (Industrial Revolution)  โดยมี ประเทศอังกฤษ เป็นจุดเริ่มต้นและศูนย์กลางของการปฏิวัติ

“แมนเชสเตอร์” กลายเป็นเมืองที่มีบทบาท UFABET สำคัญ และนับเป็น ศูนย์กลางของการผลิตผ้าฝ้าย สินค้าสำคัญอย่าง UFABET แทงบอลเต็ง ที่สร้างรายได้มหาศาล ในช่วงศตวรรษที่ 18 และ 19 นับตั้งแต่การกำเนิด เครื่องปั่นผ้าฝ้ายเครื่องแรกของโลก ในปี 1781

เมืองแมนเชสเตอร์ ก็ยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมโรงงาน รวมถึงเป็นต้นแบบของการเปลี่ยนผ่านความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรม ไปทั่วยุโรปและสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญของเมืองแมนเชสเตอร์ ในเวลานั้น อยู่ตรงที่การขนส่ง พวกเขาไม่มีท่าเทียบเรือ สำหรับส่งออกสินค้าไปขายยังต่างแดน เนื่องจากแต่เดิม แมนเชสเตอร์ เป็นเมืองด้านเกษตรกรรม ไม่ใช่เมืองค้าขาย ที่สำคัญ เมืองนี้ไม่มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล ตามธรรมชาติเลย

ดังนั้น เมืองแมนเชสเตอร์ จึงมองหา ทางเข้า UFABET คนที่จะมาเป็นพ่อค้าคนกลาง ที่จะนำสินค้าของเมืองไปส่งต่อ เพื่อนำรายได้กลับมายังแมนเชสเตอร์ และ พระเอกขี่ม้าขาวของพวกเขาคือ “ลิเวอร์พูล” เมืองท่าขนาดใหญ่ที่อยู่ถัดไปทางตะวันตกประมาณ 50 กิโลเมตร

สำหรับลิเวอร์พูล นี่คือ เมืองท่าที่ใหญ่สุด แห่งหนึ่งของอังกฤษ และทวีปยุโรป “เมืองลิเวอร์พูล” จึงได้ทำหน้าเป็นสื่อกลางในการค้าขายมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ ช่วงศตวรรษที่ 17

UFABET แทงบอลเต็ง

เมืองลิเวอร์พูล UFABET แทงบอลเต็ง เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึงขั้นว่าได้รับการยกย่อง ให้เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอังกฤษ เป็นรองเพียงแค่กรุงลอนดอนเท่านั้น เมืองแมนเชสเตอร์ จึงต้องพึ่งพาบุญบารมีพี่ใหญ่ แห่งภาคตะวันตกเฉียงเหนือ อย่าง ลิเวอร์พูล

ซึ่งการร่วมมือกัน ของทั้งสองเมือง ได้ก่อให้เกิดคุณประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่ายอย่างมาก  สำหรับแมนเชสเตอร์ ผู้คนทั่วอังกฤษหลั่งไหลเข้าสู่เมือง จากการเปิดตัวของโรงงานผลิตผ้าฝ้ายจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงศตวรรษที่ 19 มากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของผ้าฝ้ายที่ใช้ในโลกถูกส่งออกจากแมนเชสเตอร์

ขณะที่ลิเวอร์พูล กลายเป็นศูนย์กลางทางการค้าหลังจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม ในฐานะเมืองที่คอยส่งออกผ้าฝ้ายจากแมนเชสเตอร์ ถึงขั้นว่าในปี 1830 ได้มีการเปิดรางรถไฟเดินทางระหว่างลิเวอร์พูลกับแมนเชสเตอร์ เพื่อใช้เป็นเส้นทางส่งของ ระหว่างทั้งสองเมือง ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลกของการสร้างทางรถไฟเชื่อมระหว่างเมือง

ทั้งลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ต่างเติบโตอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะว่าผ้าฝ้ายที่ถูกผลิตโดยแมนเชสเตอร์ ล้วนต้องถูกส่งออกโดยลิเวอร์พูล ทั้งสองเมืองเติบโตอย่างมากในแง่ของเศรษฐกิจ รวมถึงสังคมเหนือสิ่งอื่นใด ความสัมพันธ์ของสองเมือง ยังมีบทบาทสำคัญ ตลอดช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรม อันเป็นรากฐานของโลกสมัยใหม่แบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

แต่ว่ากันว่า ความสัมพันธ์ทางธุรกิจนั้น ไม่จีรังยั่งยืนเสมอไป ? ในกรณีของลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ ก็เช่นเดียวกัน แม้พวกเขาจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาตลอดช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรม แต่วันหนึ่งมิตรภาพของพวกเขาได้ถึงคราวจบลง ด้วยความบาดหมางทางธุรกิจ